วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2552

Singaporeในสายตาคนโง่...(วันแรก)

ครอบครัวใหญ่ครับ ทั้งหมด ๑๕ คน

เดือนตุลาเราจะพานักเรียนศิลปะแหลมคมไปสิงคโปร์ (ภาวนาขอให้ทำสำเร็จ)

สัญญากับเด็กๆไว้ครับ จนโตกันไปหมดแล้ว(มั้ง)

เดิมที ป้าๆและแม่ของลูกๆจะไปกันเองอยู่แล้ว

ครูแหลม ครูแป๋ม ครูแจง จึงติดไปด้วย (บินก่อนจ่ายที่หลังครับ)

.......................................

อากาศดีครับไม่ร้อนมาก มีฝนเป็นระยะ

ไปแบบประหยัด ไปเองขึ้นรถเมล์...รถไฟฟ้า กินตามศูนย์อาหาร

ไม่ทราบว่าป้าๆ หมดสตางค์ไปเท่าไหร่...

........................................

ส่วนใหญ่ ครูแหลมถ่ายเป็นคลิปวีดีโอ ภาพสวยๆต้องดูที่ครูแป๋ม


ไปเครื่องสิงคโปร์แอร์ไลน์ ชั้นประหยัด ออกเวลา ๗ โมงเช้า วันที่ ๑๒ เมษา ๕๒


ครอบครัวใหญ่บนเครื่องบิน วุ่นนิดหน่อย


ถึงแล้วครับ เวลาเขาเร็วกว่า ๑ ชั่วโมง


มาเป็นฝูง น้องพอใจเรียกแบบนั้น


พอใจ...สนุกคนเดียวอยู่ด้านหลัง รอ...ตม.ครับ

ถ่ายเสร็จเจ้าหน้าที่มาดุ...ห้ามเล่น...ห้ามถ่าย ทั้งพ่อและลูก


เรื่องเที่ยว...พอใจ

เรื่องเรียน...เดี๋ยวซีค่ะ

แท็กซี่ สีแดง(ของเขา)


ถึงโรงแรม แล้วก็วุ่นอีกแล้ว


ด้านหน้า โรงแรม

แต่มีงานศิลปะ


งานประติมากรรม

มีเยอะด้วย

ส่วนใหญเขาอยู่บ้านแบบนี้กััน


โรงแรมที่เราไปพัก..


มีเก่า มีใหม่


มีนักท่องเที่ยวเต็มทั้งปี

ทางเดินไปกิน ก๋วยเตี๋ยวเป็ด

ริมถนนเป็นเขียวๆแบบนี้ทุกที่

ตัดหญ้าเรียบร้อย เขียวๆ


เห็นป้ายห้ามได้ทุกที่...

เคร่งครัดมาก


ทางเข้าศูนย์อาหาร
Singaporeในสายตาคนโง่...วันแรก-23.jpg


จริงๆพอใจกินข้าวผัดกุ้งไปแล้ว

แต่ขอมาชิม บะหมี่เป็ดคุณพ่อ..


วันธรรมดา คนจะแน่นเต็มตอนเที่ยง


ถนน โล่ง เนอะ

วงเวียน เขียวๆ


ไม้ใหญ่ เขียวๆ


ซื้อตั๋วก่อน คนละ ๓๕ บาท


ทางคนตาบอด


รถพับลงได้ แต่ไม่เห็นเขาใช้ซะที


ครูแป๋ม ร้องตามมาถ่ายภาพให้


กระเตงกันไป อยู่ กทม. ไม่เคยทำแบบนี้เลย


รถไฟฟ้าแล่นเร็วมาก...

ต้องยึดให้มั่น


ลูกเขา...


ลูกเรา...


มาโผล่ที่ไหนกันเนี่ย

เขาให้ผ่าน เพื่อซื้อ


ยัง...งงๆ กันอยู่


ระวังโดนปรับ แพงมาก


ขึ้นมาแล้ว...


ตึกสูงๆ


เจอ...ศาลยุติธรรม


ศาล อลังการมาก


คนๆๆๆ พม่า มาทำอะไรกัน


เป็นวันหยุดของ ชาวพม่า เยอะมากๆ แต่ดูดีมากๆ


เขาปิด เข้าไม่ได้ ...เดินต่อไป


อาคารจอดรถผู้พิพากษา


ครูแป๋มไม่ต้องงง


กองวัสดุ ที่ป้ายรถเมล์


ตึกสวยๆ
Singaporeในสายตาคนโง่...



พิพิธภัณฑ์ ไปรษณีย์ ของเอกชน ค่าเข้า ๒๓๐ บาท


แกล้งทำเป็นไม่รู้ เลยถ่ายมาได้หนึ่งภาพ


วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2552

สอนลูกนอกห้องเรียน


กรุงเทพฯของฉัน หอศิลป์กรงุเทพฯ

บันทึกค่ายศิลปะปิดเทอมฤดูร้อน ๒๕๕๒ รุ่นที่ ๓




ดูรูปเพิ่มเติมได้ที่ http://ppmantana.multiply.com/photos/album/181

อ่านรายละเอียดค่ายได้ที่ http://www.art-laemkom.com/Welcome.html



วันอังคาร ที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๒


เช้าวันอังคารที่อากาศแสนจะดี ฟ้าฝนเป็นใจไม่ตกลงมา เด็กๆมาโรงเรียนกันก่อน ๘ โมงตามเวลานัดหมาย ทุกคนตื่นเต้นมากๆที่จะได้ออกไปเขียนรูปนอกสถานที่กัน วันนี้เด็กๆทั้ง ๗ คนที่เจริญพาศน์ มีนัดกับเพื่อนๆจากพิพิธภัณฑ์เด็กฯอีก ๒๓ คน และเพื่อนจากพระรามเก้าอีก ๖ คน ที่หอศิลป์กรุงเทพฯค่ะ


๘ โมงเช้าเมื่อรถตู้ลุงตุ๋ยมาถึง เด็กๆก็ขึ้นรถนั่งประจำที่ คุณครูคิดเอาไว้ว่านี่ต้องครั้งแรกแน่ๆเลยที่จะได้นั่งรถตู้ไปกับเด็กๆแบบสงบเงียบ แต่ก็คิดผิดค่ะวันนี้เด็กน้อยทั้ง ๗ คนคงกินยาลืมเขย่าขวด หรือกินอะไรผิดสำแดงมา คุยกันเสียงดังมากๆอย่างที่ไม่เคยดังมาก่อนตลอด ๗ วันที่อยู่ด้วยกันมา





๙ โมงเช้ารถตู้จากเจริญพาศน์ก็มาถึง ณ หอศิลป์กรุงเทพฯเป็นคันแรก ครูแป๋ม ครูแจง ครูนัฐ และพี่โจ้ช่างภาพวีดีโอประจำโรงเรียนศิลปะแหลมคม พาเด็กๆทั้ง ๗ คน (คล้ายๆสโนไวท์กับคนแคระทั้ง ๗ เลย) เข้ามานั่งรอเพื่อนที่ยังมาไม่ถึงด้านใน เด็กๆนั่งลงกับพื้นแล้วให้ครูแป๋มเล่าเรื่องให้ฟัง เล่าเรื่องสนุกๆได้ ๒ เรื่อง ครูแหลมก็พาเพื่อนๆจากพิพิธภัณฑ์เด็กฯ เดินเข้ามาสมทบ จาก ๗ คนบวกอีก ๒๓ เป็น ๓๐ จากเด็กเริ่มเยอะขึ้นเสียงก็เริ่มดังขึ้น และตามมาด้วยเด็กจอมซนจากพระรามเก้าอีก ๖ คน เสียงยิ่งดังเข้าไปใหญ่




ครูแหลมรวมเด็กๆนั่งที่โถงตรงกลางชั้นที่ ๑ พูดคุยถึงสิ่่งที่เราจะมาเรียนรู้ในวันนี้ และพาเด็กๆไปนั่งดูรถไฟฟ้าด้านหน้าหอศิลป์ วันนี้ทุกคนได้หัวข้อกรุงเทพฯของฉัน ทุกๆคนต่างจดจำเรื่องราว และชีวิตความเป็นอยู่ที่แสนจะวุ่นวายในเมืองกรุงที่ได้เห็นเบื้องหน้าเอาไว้เขียนรูปในวันนี้




๑๐ โมงพอดี ครูแหลมพาเด็กขึ้นบันไดเลื่อนและขึ้นลิฟทืไปยังชั้น ๙ วันนี้มีงานแสดง “ศิลปะแห่งการรณรงค์” (CAMPAIGN FOR ART) แสดงภาพศิลปะจัดวางเกี่ยวกับการรณรงค์เพื่อหอศิลปฯ เพื่อระลึกถึงกระบวนการต่อสู้เรียกร้องของกลุ่มคนรักศิลปะ และแสดงถึงความเป็นมาอันยาวนานของการก่อตั้งหอศิลป์ ผลงานที่นำมาจัดแสดงนี้ ด้านหนึ่งคือผลงานศิลปะ ขณะที่อีกด้านหนึ่งคือหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวของอดีตให้เราได้เรียนรู้ นอกจากการจัดแสดงภาพศิลปะรณรงค์เพื่อหอศิลป์แล้ว ยังได้จัดแสดงการบอกเล่าเรื่องราวจุดเริ่มต้น ลำดับเหตุการณ์ และผู้ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน ก่อนที่จะเป็นหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ณ สี่แยกปทุมวัน ในปัจจุบัน





ครูแหลมบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของหอสิลป์กรุงเทพแห่งนี้ให้เด็กฟัง และอธิบายงานศิลปะในรูปของการรณรงค์ เด็กฟังอย่างตั้งใจและเดินตามครูแหลมดูงานศิลปะอย่างสนใจ




ได้ข้อมูลมาพอสมควรเด็กๆจดจำสิ่งที่ได้พบเจอใจวันนี้มาถ่ายทอดเป็นผลงานศิลปะของตัวเอง ทุกๆคนลงมาทำงานกันที่ชั้น L ที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ให้เรา เด็กๆหามุมที่ตัวเองชอบแล้วนั่ง และบางคนล้มตัวลงนอนเหยียดตัวยาวในท่าที่สบายทำงานศิลปะของตัวเอง ไม่นานนักกระดาษที่ว่างเปล่าก็เกิดเรื่องราวที่มหัศจรรย์ขึ้นมากมาย เมื่อทุกคนร่างภาพเร็จก็นำผลงานไปส่งครูแหลม และกลับมาลงสี




เกือบจะ ๑๑ โมงแล้วหลายๆคนเริ่มบ่นว่าหิว แต่พิซซ่าป้าต่ายแสนอร่อยยังไม่มาเลย ทุกๆคนเริ่มบ่น บางคนหยุดทำงานไปดื้อเพราะหิวข้าวหมดแรง แต่ไม่นานนักพิซซ่า ๕๐ กล่องสำหรับเด็กๆ ๓๖​คนก็มาถึง ทุกคนวิ่งไปล้างมือแบเร็วจี๋แล้วมานั่งล้อมวงกันทันที




“ใครจะนำขอบคุณวันนี้” ครูแหลมถาม ฟ้าใสยกมือขึ้นทันที “จะได้กินข้าวกันมั๊ยเนี่ย” ครูแป๋มคิดในใจ เพราะเคยมีประสบการณ์ในการนำขอบคุณของฟ้าใสมาแล้ว กว่าจะได้กินข้าวกันหิวแทบแย่ แต่ผิดคลาดอีกแล้ว ฟ้าใสสาวน้อยน่ารักวัย ๓ ขวบครึ่ง นำพี่ๆขอบคุณอย่างเสียงดังฟังชัดบ้างไม่ชัดบ้าง พี่ๆท่องตามอย่างขำๆ พอฟ้าใสนำจบทุกคนพากันถอนหายใจพร้อมๆกันรวมทั้งคุณครูด้วย แล้วมหกรรมการกินพิซซ่าที่อร่อยที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ก็เริ่มขึ้น ทุกคนกินกันอย่างไม่ยั้ง คุณครูหวังไว้ว่า ๕๐ กล่องคงไม่หมดเพราะสั่งมาเพื่อคุณครูทุกคน และครูพี่เลี้ยงด้วย แต่...ไม่มีเหลือเลยค่ะ คุณครูและพี่เล้ียงได้พิซซ่าคนละชิ้น ๒ ชิ้นลองทองเท่านั้นเอง ที่เหลือเหล่าลิงทะโมนผู้กระหายหิวกินหมดไม่มีเหลือ น้องเบย์กินไปตั้ง ๗ ชิ้น น้องเมฆกินพิซซ่าจนฟันหลุดออกมา ๑ ซี่ ส่วนเจ้าตัวเล็กๆอย่างออสติน กับ เจ้าม่อนยังกินไปตั้ง ๔ ชิ้นเลยค่ะ ป้าต่ายยิ้มแก้มปริ พิซซ่าหมดเกลี้ยง คุณครูและพี่เลี้ยงทั้งหลายได้แต่ยืนอึ้งกันไปตามๆกัน




กินกันอิ่มหนำสำราญแล้วเด็กๆก็ไปทำงานกันต่อ วันนี้ทุกคนตั้งใจกันมากค่ะทำงานกันเสร็จเร็ว บ่ายโมงกว่าๆก็เสร็จกันไปหลายคน




ครูแหลมรวมเด็กๆกลุ่มที่เสร็จแล้วให้ครูแจงพาไปทำกิจกรรมที่ชั้น ๑ มีกิจกรรมสนุกๆที่หอศิลป์กรุงเทพเตรียมไว้ให้เด็กๆทำมากมายในช่วงปิดเทอม วันนี้เด็กโรงเรียนศิลปะแหลมคมก็เลยได้ลุยเต็มที่เลย มีทั้งทำว่าว วาดรูป ทำกล่องกระดาษทิชชู เพ้นท์กระเป๋า รอยลูกปัด เด็กสนุกกันมากเลยค่ะ ทุกคนนอกจากจะได้ผลงานเป็นภาพวาดกลับบ้านแล้ว วันนี้ยังได้งานประดิษฐ์แสนสวยกลับบ้านกันอีก




บ่าย ๒ โมงครึ่งครูแหลมเรียกรวมเด็กๆทุกคนอีกครั้งเพื่อมาถ่ายรูป และเก็บของเตรียมตัวกลับโรงเรียน




ก่อนกลับเรามาถ่ายรูปหมูที่ไม่หมูเลยเพราะกว่าจะจับลิงให้นิ่งได้เหนื่อยเหลือเกิน “ศิลปะแหลมคม” ครูแป๋มตะโกน “เย้...” เสียงเย้...ของเด็กเบาๆเท่าเสียงมด เพราะเกรงใจพี่ ร.ป.ภ. ที่จับตามองอยู่ด้วยความเอ็นดูเด็ก “เสียงดังก็ได้นะครับ ครูแหลมของอนุญาติพี่เค้าเอาไว้แล้ว” ครูแหลมบอกเด็กๆทุกคน “ศิลปะแหลมคม.......” ครูแป๋มตะโกนเรียกขวัญเด็กๆอีกครั้ง “เย้........เย้.......” คราวนี้เสียงดังสนั่นหวั่นไหวเลยค่ะ ทุกคนยิ้มเบิกบานใจเดินเป็นแถวไปขึ้นรถตู้กลับโรงเรียนอย่างมีความสุข


บนรถตู้เจริญพาศน์ขากลับดูจะเงียบสงบลงมากกว่าตอนขามา ไม่ใช่เพราะเด็กๆเหนื่อยกันหรอกนะคะ แต่เพราะว่าน้องไบรท์มีขนมมาแบ่งเพื่อนกินกันบนรถต่างหาก เด็กๆก็เลยตั้งหน้าตั้งตากินโดยไม่พูดอะไรกัน




กลับมาถึงที่โรงเรียน ทุกคนก็ยังได้กินอาหารว่างที่ป้าเขียวเตรียมไว้ให้อีก พอกินเสร็จพี่ตาต้าชวนน้องๆออกไปวิ่งเล่นที่หลังบ้านกันทันที น้องหยิบรองเท้าแล้ววิ่งตามพี่ตาต้าไป ทุกคนดีใจที่ได้ออกไปเล่นหลังบ้านกันซะที หลังจากที่ฝนตกทุกวันทำให้ออกไปเล่นไม่ได้มาหลายวัน แต่...ไม่ถึง ๑๐ นาทีทุกคนก็วิ่งกลับเข้ามา “โอ้ย...ฝนตกอีกแล้ว” พี่ตาต้าบ่น ในที่สุดกิจกรรมสุดท้ายก่อนกลับบ้านของเด็กๆก็คือดูการ์ตูนกู๊ฟฟี่ก่อนกลับบ้าน