วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

“กรรมมีจริง ผลของกรรมมีจริง”

“กรรมมีจริง ผลของกรรมมีจริง”


Photobucket


“กรรมดีให้ผลดีจริง กรรมชั่วให้ผลชั่วจริง”


“ผู้ใดทำกรรมใดไว้ จักเป็นผู้ได้รับผลของกรรมนั้น ผู้ไม่ได้ทำหาต้องได้รับไม่”


ประเทศไทยนี้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก

มันผู้ใดคิดร้าย..ย่อมตายไม่ดี

......มีให้เห็นแล้ว

“สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” ที่เป็นคำในพระพุทธศาสนสุภาษิต มีความหมายว่า คนและสัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นไปต่างๆ นานา ทุกข์ก็มี สุขก็มี ดีก็มี ชั่วก็มี มิได้เกิดแต่ผู้ใดอื่น มิได้เกิดแต่อะไรอื่น มิใช่เกิดแต่เหตุใดทั้งนั้น นอกจากกรรมที่ตนได้กระทำแล้วเองเท่านั้น

“กมฺมุนา วตฺตตีโลโก....สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”

พระพุทธศาสนสุภาษิตบทนี้เป็นคำตอบที่ชัดแจ้ง สำหรับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นมากมาย

ผู้ที่เป็นมนุษย์ในชาตินี้ อาจเกิดเป็นสัตว์ในชาติหน้าได้ ด้วยอำนาจแห่งกรรมของตนเอง ที่เพียงพอแก่ความเป็นสัตว์ ซึ่งมีต่างๆ ประเภท ทั้งหมู หมา กา ไก่ วัด ควาย ช้าง ม้า ที่อำนาจกรรมอาจนำให้มนุษย์ไปเกิดได้ประเภทนั้นๆ



ใจสำคัญที่สุด ใจต้องคิดไปก่อน เป็นมโนกรรม...กรรมทางใจ อะไรๆ จึงจะเป็นผลตามมา จะดีหรือจะชั่วก็แล้วแต่ใจจะคิดดีหรือคิดชั่ว ผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องกรรมที่เกิดจากใจคิด เป็นผู้ที่น่าสงสารที่สุด

ใจที่มีความคิดอาบยาพิษร้าย เป็นใจที่ทำให้ตายได้ทั้งเป็น อันการตายทั้งเป็นนั้น น่าหวาดกลัวยิ่งกว่ามากมายนัก ผู้ที่ตายทั้งเป็น คือ ผู้เป็นคนเลวในสายตาของคนดี เป็นที่รังเกียจของสังคมคนดี ไปสู่ที่ใดจักไม่มีความหมาย เหมือนเป็นความว่างเปล่า ปราศจากการต้อนรับ

Photobucket


ท่านเปรียบว่าตายทั้งเป็นก็เช่นนี้ด้วย คือ ไม่อยู่ในสายตาในความสนใจของผู้ใด เห็นก็เหมือนไม่เห็น จึงเป็นเหมือนวิญญาณที่ไม่มีร่าง ยิ่งกว่านั้นผู้ที่ตายทั้งเป็นคือผู้ที่เป็นดั่งซากศพที่เน่าเหม็น เป็นที่ยินดีพอใจเข้าห้อมล้อมหนาแน่นของเหล่าแมลงวันหรือหนอนน้อยใหญ่เท่านั้น

นั่นก็คือ คนตายทั้งเป็นด้วยกัน หรือคนไม่ดีด้วยกันเท่านั้นที่จะยินดีต้อนรับพวกเดียวกัน “คนดีจักไม่รังเกียจคนไม่ดี...ไม่มีเลย”

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2552

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วาดเส้น วาดชีวิต(ตอนที่ ๓)

วาดเส้น วาดชีวิต(ตอนที่ ๓) วันอาทิตย์ที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๒ ตะเกียงหมายเลข ๓

ต่อจากความเดิม..ตะเกียงหมายเลข๒
=วาดเส้น...วาดชีวิตตอนที่๒=วันอาทิตย์ที่๒ สิงหาคม ๕๒


ตะเกียงหมายเลข ๒

สำเร็จแล้วครับ ผลงานของพี่ 5cats



วันนี้เราจะขึ้นรูป ตะเกียงหมายเลข ๓




ตะเกียงหมายเลข ๓ ค่อนข้างยาก คือไม่มีเส้นตรงเลย

เราต้องสังเกตให้ดีเทียบทีละส่วน













โดยใช้ดินสอ เป็นตัวช่วย

ในการเทียบมาตราส่วน ที่เรากำหนดขึ้นเอง

ด้วยตารางของเส้นตั้งและเส้นนอน

เหมือนเวลาเราทาสีบ้าน เราต้องสร้างนั่งร้าน




ทดลองเขียน(หยาบ)ดูก่อนนะครับ เพื่อเทียบส่วนความถูกต้อง

เมื่อมั่นใจแล้วจึง ขึ้นบนกระดาษแผ่นจริง...




ไม่ยากแล้วนะครับ..

* ใจเย็นๆ สร้างสมาธิ การทำงานศิลปะเป็นยาที่วิเศษมาก..

ขอบใจพี่แมวเหมียว ที่ตั้งใจ

ขอบใจคุณครูนัฐธิดา ที่มาช่วยสอน

=ครูแหลม=

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

=วาดเส้น...วาดชีวิต=ตอนที่๑

มาฝึกเรียนวิชาวาดเส้นกันครับ

นักเรียน วาดเส้น ตั้งใจกันมากๆ เชิญชมครับ



ต้องเหลาดินสอให้แหลมคม...ครับ

จะทำให้เราบังคับน้ำหนักแสงเงาได้




เวลาเหลาดินสอเราจะได้สมาธิ

ถ้าไม่นิ่ง จะเหลาแล้วไส้หัก...ครับ

แล้วฝึกลงน้ำหนักแสงเงา จากอ่อนไปแก่

จากขาวสุด.....ไปดำสุด




ศึกษา และฝึกเขียนภาพ จากรูปทรงเลขาคณิต

ทรงกลม ..... ทรงกรวย ...






รูปทรงกระบอก





รูปทรงปิรามิด..รูปทรงลูกบาศก์
















ทีนี้ก็เก่งแล้ว เริ่มฝึกเขียนสิ่งของรอบๆตัว..

เช่นตะเกียง (หมายเลข๑) ...







ไม่ยากเลยครับ ค่อยๆสังเกต

ร่างภาพก่อนครับ

แล้วลงน้ำหนักแสงเงา



สำเร็จแล้วครับ... (ตะเกียงฝีมือพี่แมวเหมียว)




ติดตามตะเกียง (หมายเลข๒) ต่อสัปดาห์หน้าครับ

ขอบพระคุณนักเรียนแสนวิเศษ

๑.พี่แมวเหมียว
๒.แม่นา
๓.หมอกิตติยา(แม่ฟางๆ)
๔.น้องพลอย

แล้วมาเรียนกันใหม่นะครับ
=ครูแหลม=



วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ค่ายศิลปะที่สิงคโปร์

สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ ท่านผู้ปกครอง …ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ…

เราทำบุญด้วยการสร้างวัดวาอาราม โบสถ์ มัสยิดด้วยหวังว่าเป็นการสืบทอดหลักคำสอนให้ทุกคนเป็นคนดี และเอื้อเฟื้อ แบ่งปันทุกข์และสุข ซึ่งกันและกัน


โรงเรียนศิลปะแหลมคม มิได้หวังผลทางธุรกิจทางการศึกษา แต่เรามุ่งหวังให้ทุกคนมีความสุข และมองโลกด้วยความสวยงาม ผ่านกระบวนการศึกษาตรงจากของจริงโดยการเห็นและสัมผัส

....เราเห็นลูกหลานเราวาดรูป เราก็สุขใจ เมื่อเด็กๆมองโลกด้วยสีสัน และจินตนาการ

๑๒ ปีของโรงเรียนศิลปะแหลมคม ครูแหลมได้สร้างค่ายศิลปะขึ้น มาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน เราได้นำพาให้เด็กๆได้เห็นทะเลสีครามยามฟ้าใส ได้เห็นไอหมอกห่มคลุมภูเขา ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านโบราณสถาน ได้ฝึกสมาธิกรรมฐานก่อนนอน ได้ออกกำลังกายตอนเช้าตรู่ ได้ขอบพระคุณก่อนทานอาหาร และได้เห็นน้ำใจของคนไทยต่างถิ่นที่อยู่อาศัย

ปิดเทอมเดือนตุลาคม ๕๒ เราพร้อมแล้วครับสำหรับการเรียนรู้ของเด็กๆที่ไกลออกไปจากภาษาไทยที่เราพูดคุยสื่อสาร เราพร้อมแล้วสำหรับการศึกษาระเบียบวินัยของคน เราพร้อมแล้วสำหรับการที่ได้เห็นบ้านเมืองที่สะอาดที่สุดในโลก เราพร้อมแล้วสำหรับการเดินทางด้วยเครื่องบิน,รถไฟฟ้าใต้ดิน,รถเมล์ , เรือโดยสาร และเดิน เราพร้อมแล้วสำหรับการเดินทางไปประเทศสิงคโปร์

เราเดินทางเช้าวันจันทร์ที่ ๑๙ ตุลาคม ๕๒ เดินทางกลับเย็นวันศุกร์ที่ ๒๓ ตุลาคม ๕๒

รวม ๔คืน ๕วัน ของประสบการณ์ที่มีคุณค่าในประเทศสิงคโปร์

คลิกดูรายละเอียด





วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ศิลปะเด็ก กับ สีเกรยอง

ศิลปะเด็ก กับ สีเกรยอง




สีเกรยอง ค่อนข้างยาก สำหรับเด็กๆ

แต่เมื่อสำเร็จผลงานจะออกมาสวยมาก...

นำเสนอ โดย น้องแก็ง (๗ ขวบ)



ร่างภาพที่จะเขียน ด้วยดินสอ HB อย่ากดหนักนะครับ


แล้วก็พร้อมที่จะลงสีเกรยอง...



ค่อยๆทำครับ...ได้สมาธิ



ต้องระวังไม่ให้มือไปโดนสีที่ลงไปแล้ว..

ผ่านไปสามชั่วโมง....น้องแก็งขอทานข้าวกลางวันก่อนครับ


กินผักด้วยครับ แล้วจะเขียนภาพสวย




ทำต่อไป แต่ขอกินสาหร่ายไปด้วยนะครับ




บอกแล้วให้ระวัง อย่าให้ฝ่ามือไปโดน....มันจะเลอะ



สำเร็จแล้วครับ

ผลงานชื่อ = ไปเล่นบาสเกตบอล

ศิลปินน้อย = แก็ง (๗ขวบ)

ครูแหลม = เป็นกรรมการ

ขอบพระคุณครับ